ฝนตกพรำ ๆ ตอนเย็นวันนั้น ผมขับรถกลับจากที่ทำงานด้วยความเหนื่อยล้า แว่วเสียงเพลงจากวิทยุในรถคลอเบา ๆ แต่ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกเหนื่อยของผมหายไปเลย ถนนลื่นพอสมควรและสายตาผมก็กำลังเหม่อไปไกล จู่ ๆ มีเงาร่างหนึ่งวิ่งข้ามถนนตรงทางโค้งข้างหน้า ผมเหยียบเบรกจนรถส่ายเล็กน้อย เสียงยางเสียดสีกับถนนลากยาว และ
“ตุ้บ!”
เสียงดังพอให้หัวใจผมหยุดเต้นชั่วขณะ ร่างของหญิงสาวกระเด็นล้มลงไปบนพื้นถนน ผมกระโจนออกจากรถแทบจะทันที หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก มือไม้สั่นระรัว
“คุณ! เป็นอะไรไหม!?” ผมคุกเข่าข้าง ๆ เธอ รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ตั้งใจ
เธอพยายามยันตัวลุกขึ้น แขนมีรอยถลอกเลือดซึมเล็กน้อย แต่ที่ทำให้ผมหยุดมองคือใบหน้าของเธอ สวยจนลมหายใจผมขาดห้วง ดวงตากลมโตน่าหลงใหล คิ้วได้รูป จมูกโด่ง และริมฝีปากแดงระเรื่อชวนให้จินตนาการเผลอไหลไปไกล
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันมองทาง” เสียงเธอหวานปนเจ็บเบา ๆ
“อย่าขอโทษเลย ผมต่างหากที่ผิด รีบขึ้นรถเถอะ ผมจะพาไปทำแผล”
ผมช่วยพยุงเธอขึ้นรถ เบาะข้างคนขับเปียกเล็กน้อยจากเสื้อผ้าเธอที่โดนฝน กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูกผม เป็นกลิ่นแชมพูที่น่าหลงใหล ผมเหลือบมองเธอเป็นระยะ เธอยิ้มบาง ๆ พยายามฝืนกลบความเจ็บ ทำให้ใจผมวูบไหวอย่างประหลาด
พอถึงคลินิกใกล้ ๆ หมอเช็ดแผลและพันผ้าให้เธอ ผมยืนรออยู่ข้างนอก แล้วไม่นานเธอก็เดินออกมา
“ยังเจ็บอยู่ไหมครับ?” ผมถามเสียงเบา
“ไม่มากค่ะ พอไหว ขอบคุณนะคะที่ช่วย”
ผมลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกไป “บ้านคุณอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปส่ง”
“จริง ๆ ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ยังไม่มีใครอยู่ด้วยค่ะ เช่าบ้านไว้หลังหนึ่งไม่ไกลจากนี้”
ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเริ่มยิ้มออกมาอย่างไร ทั้งที่ควรเป็นห่วงเรื่องที่ผมขับรถไปชนเธอ แต่กลายเป็นว่าผมดีใจที่เธอไม่มีใคร
ระหว่างทางกลับ เธอแนะนำตัว “ฉันชื่อภัทรานะคะ เรียกแพทก็ได้”
“ผมชื่อกร ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ แพท ถึงแม้จะเริ่มต้นแปลก ๆ ก็ตาม” ผมยิ้มแห้ง ๆ
เธอหัวเราะเบา ๆ ทำเอาผมใจเต้นแรง
เมื่อมาถึงบ้านเธอ บ้านหลังเล็ก ๆ สีขาวสะอาดตา มีสวนเล็ก ๆ หน้าบ้าน แต่ท่ามกลางสายฝนที่ยังไม่หยุดตก เธอล้วงกระเป๋าหากุญแจแล้วทำหน้าตาแปลก ๆ
“เอ่อ ฉันทำกุญแจหายแน่เลยค่ะ อาจจะหล่นตอนชน ”
ผมรีบเอาไฟจากมือถือช่วยส่องหาแถวรถ หัวใจผมเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้ว่าเพราะกลัวเธอจะเคือง หรือเพราะมีความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวเร็วเกินไป
สุดท้าย ก็ไม่เจอ
“ผมว่าคุณมานั่งพักที่บ้านผมก่อนดีไหมครับ อยู่ใกล้แค่นี้ เดี๋ยวเช้าเราค่อยกลับมาหาใหม่”
แพทนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
บ้านผมค่อนข้างเงียบและเรียบง่าย มีโซฟานุ่มกับแสงไฟสีวอร์มที่ให้บรรยากาศอบอุ่น ผมหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้แพท พร้อมเสื้อยืดตัวหลวมของผม
“เปลี่ยนเถอะครับ เดี๋ยวไม่สบาย”
เธอรับไปด้วยรอยยิ้มบาง แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้หัวใจผมเต้นระส่ำอยู่คนเดียวตรงโซฟา
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก เธอกลับมายืนตรงหน้าในเสื้อยืดของผมที่ยาวคลุมต้นขา เปียกฝนนิด ๆ ทำให้เนื้อผ้าแนบผิวบางส่วน เผยให้เห็นทรวดทรงแบบไม่ตั้งใจ ผมต้องกลืนน้ำลายก่อนเอ่ยเบา ๆ
“นั่งก่อนสิครับ เดี๋ยวผมทำโกโก้ร้อนให้”
กลิ่นโกโก้หอม ๆ อบอวลในห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ เรานั่งห่างกันไม่มาก บทสนทนาเริ่มจากเรื่องทั่วไปจนค่อย ๆ ลึกขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนเราสองคนมีอะไรบางอย่างที่ตรงกันโดยไม่ต้องพูดมาก
แพทมองผมอยู่นาน ดวงตาเธอมีประกายบางอย่างที่ผมไม่กล้าตีความ จนกระทั่งเธอวางแก้วลงอย่างแผ่วเบาแล้วถามผม
“กร คุณเคยรู้สึกไหมว่า บางคนที่เพิ่งเจอกัน แต่กลับทำให้เราอยากเปิดใจมากกว่าคนที่รู้จักกันมานาน?”
ผมหัวใจเต้นเร็วขึ้น และเผลอเอื้อมมือไปแตะมือเธอเบา ๆ
“ตอนนี้ ผมรู้สึกแบบนั้นกับคุณเลยครับ”
ความเงียบระหว่างเราถูกแทนที่ด้วยลมหายใจที่ใกล้ชิดขึ้นเรื่อย ๆ แพทไม่หลบตา เธอกลับยื่นหน้ามาใกล้ จนริมฝีปากเราสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา แต่ความรู้สึกกลับรุนแรงจนทั่วร่างร้อนวาบ
เธอพึมพำเสียงเบา “ฉันไม่รู้ว่าทำไม แต่ฉันอยากอยู่ใกล้คุณ คืนนี้”
คำพูดนั้นพังทลายกำแพงของผมทุกอย่าง
ผมดึงเธอเข้ามากอด ริมฝีปากแนบแน่นอย่างไม่อาจอดกลั้น เสียงลมหายใจเราถูกกลืนไปในห้วงแห่งอารมณ์ เสื้อผ้าถูกปลดออกช้า ๆ ด้วยมือที่สั่นเทาแต่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา
แผ่นหลังเธอนุ่มและอุ่น ผิวเนียนละมุนใต้สัมผัส มือของผมไล้ไปตามสันหลังของเธอ เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาฉ่ำเยิ้มเหมือนจะหลอมละลายผมไปทั้งคน
ผมกระซิบข้างหูเธอ “คุณแน่ใจนะ ”
เธอกระชับกอดแน่นขึ้น และจูบตอบโดยไม่พูดอะไรอีก ทุกอย่างคือคำตอบ
คืนนั้นทั้งคืน เสียงหอบหายใจและเสียงเตียงสะท้อนจังหวะอารมณ์เร่าร้อนในความเงียบของบ้านหลังเล็ก ๆ ผมปลดปล่อยทุกอย่างไว้ในตัวเธอ